Jump to content

unyana

Members
  • Content Count

    14
  • Joined

  • Last visited

About unyana

  • Rank
    มือใหม่ป้ายแดง

Profile Information

  • คุณเป็น
    ไม่บอก
  1. มือใหม่หัดขับ โดนคนสอนดุทุกคนไหมคะ คือเราเป็นคนหัวช้าค่ะ อายุเลข 4 แล้วแต่ยังไม่กล้าขับรถยนต์ เพราะเมื่อก่อนไปไหนมาไหนก็ให้สามีขับให้ขี่ เมื่อที่บ้านขยายกิจการร้านขายส่งสินค้าสามีก็ไม่ค่อยมีเวลามาขับรถให้นั่งเหมือนแต่ก่อน เราจึงต้องการหัดขับรถ เพื่อจะได้ช่วยตัวเองยามไปนั่นไปนี่ ตอนนั่งข้างคนขับมันก็สบายนะคะ เห็นเค้าขับกันดูง่าย ๆ แต่พอมาลองขับเองสั่นไปหมดค่ะ เริ่มแรกให้สามีสอน อาจด้วยความที่เขาต้องไปข้างนอก หรือเราหัวช้าก็ไม่รู้ เขามักจะหงุดหงิดชักสีหน้าใส่ บางทีมีขึ้นเสียงจนเราสะดุ้ง รถที่บ้านกันเก่าเป็นเกียร์กระปุกค่ะ ขับยากมาก เข้าเกียร์แต่ละครั้งก็หัวสั่นหัวคลอนเพราะลืมเหยียบคลัทช์ สามีถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก เราเลยบอกเขาไปว่า “ไม่เต็มใจก็ไม่ต้องสอน” เท่านั้นแหละค่ะเขาเปิดประตูลงรถไปเลย ลูกชายกลับจากมหาวิทยาลัยก็เลยเข้าไปอ้อนให้สอน เพราะรถของลูกชายคันนี้เป็นเกียร์ออโต้ที่เราเป็นคนซื้อให้เอง ลูกก็ถามว่าแน่ใจใช่ไหน เราก็ยืนยัน แต่พอเข้าไปนั่งประจำที่เขาก็บอกเราว่า “เอ้าแม่ สตาร์ทเครื่องแล้วก็ขับเลยสิ” งงสิคะ สัญลักษณ์ตัวไหนเป็นอะไรเราไม่รู้มาก่อนค่ะ ก็ตอบไปว่า “อ้าว ถ้ารู้ว่าตัวไหนเดินหน้าถอยหลังคงไม่ให้มาสอนหรอก” ลูกเราก็มาอธิบายแบบเนือย ๆ “P เอาไว้จอด R ถอยหลัง N เป็นเกียร์ว่าง D คือเดินหน้า” เราก็โอเคเข้าใจ อีกสองตัวคือ L กับเลข 2 ลูกบอกว่าไม่ค่อยได้ใช้หรอก เอาไว้ขึ้นเนิน ด้วยความที่เป็นมือใหม่หัดขับ เราก็กล้า ๆ กลัว ขับไปแตะเบรกไปตลอดทาง เดี๋ยวหยุด เดี๋ยวเคลื่อน ลูกก็เริ่มชักสีหน้าแล้วบอกว่า “วันนี้แม่หัดขับคนเดียวก็แล้วกัน ผมมีการบ้าน” สุดท้ายก็เหลือเราอยู่ในรถคนเดียว ตอนนี้เริ่มรู้แล้วค่ะว่าสัญลักษณ์ในรถอะไรใช้ยังไง เลยยืมรถลูกชายไว้หัดขับแล้วชวนพี่สาวมาลองรถด้วยกัน พี่สาวเราก็ขับรถเก่งนะเพราะเขาต้องขับไปทำงานประจำ วันนี้จะออกถนนใหญ่ เราก็ตื่นเต้นเล็กน้อย พอถึงทางโค้งทางเลี้ยวเราก็เบรกอย่างเต็มเหนี่ยวจนหัวทิ่มกันทั้งคู่ จะจอดเลียบถนนข้างทางก็เลยเขตเข้าไปชนเพิงขายผลไม้อีก พี่สาวเราส่ายหัวแล้วบอกว่า “อย่าไปสอบเลยไปขับขี่ สงสารรถ” แล้วพี่เราก็ทำหน้าบูดหน้าบึ้งจนมาถึงบ้าน ตอนนี้ก็ยังไม่กล้าไปสอบใบขับขี่ค่ะ เพราะกำลังมาเรียนขับรถที่โรงเรียนสอนขับรถแห่งหนึ่งในจังหวัด ครูเขาก็สอนดีนะคะ แต่บางทีก็แอบถอนหายใจบ้าง มีใครที่เป็นแบบเราไหมคะ โดนคนสอนขับรถดุทุกคนเลย มียกเว้นก็แต่ครูที่โรงเรียนสอนขับรถ อ่านต่อได้ที่: https://www.drivedee.com/article/view/เทคนิคการขับรถ
  2. ประกันรถยนต์ ถือเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราเป็นอย่างมาก เพราะในชีวิตประจำวันของคนเรามีความจำเป็นต้องเดินทาง ต้องใช้รถใช้ถนนกันอยู่เป็นประจำอยู่แล้วการเลือกซื้อรถยนต์มาใช้งานสักคันหนึ่งนั้นคงไม่ใช่เรื่องปลกนะครับ แต่เมื่อนำรถยนต์มาใช้งานแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือเรื่องของประกันรถยนต์ ที่จะเป็นตัวคอยช่วยสร้างความมั่นใจในการขับขี่รถยนต์ไปยังสถานที่ต่างๆ โดยหน้าที่ของเราก็คือเลือกซื้อประกันรถบริษัทไหนดี หรือประกันรถยนต์2ที่ไหนดี เมื่อเราได้ประกันรถยนต์ตามที่เราต้องการแล้ว เราก็ต้องทำการตกลงตามกรมธรรม์ที่เราตัดสินใจเลือกไว้ จากนั้นหน้าที่ของเราก็คือต่อประกันรถยนต์ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องทุกปีนะครับ เมื่อกล่าวมาถึงขนาดนี้เราก็ทราบถึงลักษณะของประกันรถกันแบบคร่าวๆ แล้วนะครับ แต่ทีนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประกันแบบง่ายๆ กันอีกครั้งหนึ่ง ดังนี้ ประกันรถยนต์ภาคบังคับคือ พ.ร.บ. ที่คุ้มครองการรักษาพยาบาลคนที่เกิดอุบัติเหตุจากรถของเรานั่นเองครับ ทำให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วคนเจ็บจะได้รับการรักษาแน่นอน และเป็นส่วนที่เราต้องแสดงเอกสารเมื่อเวลาไปต่อทะเบียนรถด้วยนะครับ ส่วนประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ คือ ประกันที่เราต่ออายุกันทุกๆ ปีนี่ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นย่อมมีค่าใช้จ่ายที่ต้องซ่อมแซมรถยนต์ให้กลับมาใช้ได้เป็นปกติและนอกจากการรักษาคนเจ็บที่เกิดอุบัติเหตุจากรถของเราแล้ว ตัวเราเองและคนที่โดยสารมากับเราในรถที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นนั้นก็จะได้รับการดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายด้วยไงล่ะครับ จึงเป็นที่มาว่าทำไมต้องต่อประกันรถกันทุกปี ส่วนในเรื่องความคุ้มครองของประกันรถยนต์แต่ละชั้นนั้น ขอสรุปง่ายๆ ได้ดังนี้ ประกันชั้น 1 นั้นดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดของสาเหตุ เลือกมีค่าความเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อเป็นส่วนลดค่าเบี้ยได้ ส่วนการเคลมแห้งนั้นถ้าไม่มีคู่กรณีก็จะเสียเงินค่าความเสียหายส่วนแรก (Excess) กันด้วยนะครับ เพราะอย่างนั้นถ้าเรารู้วิธีการแจ้งเคลมก็สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ครับ ประกันชั้น 2+ ที่คุ้มครองความเสียหายเกือบทุกสาเหตุ ยกเว้น การเกิดอุบัติเหตุจากรถชนสิ่งอื่นๆ ที่ต่างไปจากประกันชั้น 1 ครับ เลือกมีค่าความเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อเป็นส่วนลดค่าเบี้ยได้เหมือนกันครับ ประกันชั้น 3+ ก็คุ้มครองทั้งการซ่อมแซมรถของเราและคู่กรณีเมื่อเป็นอุบัติเหตุการชนของรถกับรถเท่านั้นครับ อย่างว่าล่ะครับความคุ้มครองตามราคานี่ครับ ดังนั้นเลือกให้เหมาะที่สุดจากประสบการณ์การขับรถของเรานะครับสามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่องประกันรถยนต์แบบไหนที่เหมาะกับคุณได้เลยครับ ประกันชั้น 3 ความคุ้มครองที่ย่อมเยาว์ที่สุดครับ คุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุการชนระหว่างรถชนรถและซ่อมให้เฉพาะรถของคู่กรณีเท่านั้น ที่เหลือต้องดูแลตัวเองนะครับ เรื่องราวของประกันไม่ใช่เรื่องยากทีจะทำความเข้าใจ แต่เราต้องใส่ใจในการอ่าน และสนใจในรายละเอียดทุกอย่างก่อนที่จะทำการลงมือชื่อ หรือทำการตกลงทำประกันไม่ว่าจะบริษัทไหนก็ตามนะครับ
  3. เรื่องปกติที่ต้องพบเจอเมื่อหัดขับรถครั้งแรก หนุ่มสาวที่พึ่งหัดจับพวงมาลัยรถยนต์ครั้งแรกคงรู้สึกตื่นเต้นและไม่ชินใช่ไหมล่ะ ก็เมื่อก่อนเป็นผู้โดยสารมาตลอดพอเปลี่ยนตำแหน่งปุ๊บก็สั่นเป็นเรื่องธรรมดาแหละ แต่เชื่อเถอะว่านอกจากความรู้สึกตื่นเต้น ประหม่าแล้วยังมีสิ่งอื่น ๆ ที่มือใหม่หัดขับ ทุกคนต้องพบเจออย่างเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นกว่าจะขับจนคล่องต้องมีสติไว้นะ วิธีหัดขับรถให้เป็นเร็ว มีสิ่งที่ต้องรู้คือ 1. รถกระตุก ดับกลางสี่แยก นี่เป็นเรื่องปกติที่ต้องพบเจอโดยเฉพาะผู้ที่หัดขับรถเกียร์ธรรมดา ที่มักจะลืมเหยียบคลัทช์ในยามที่ต้องออกตัว ยิ่งในกรณีที่คุณจอดรถรอสัญญาณไฟเขียวอย่างใจจดจ่อ เมื่อได้เวลาออกตัวก็เข้าเกียร์โดยลืมเหยียบคลัทช์ บางรายปล่อยคลัทช์กะทันหันเกินไปก็ทำให้รถกระตุกและดับไปในที่สุด 2. เข้าเกียร์ผิด อย่างว่าแหละเพิ่งหัดขับรถ ครั้งแรกจะให้จำสัญลักษณ์เกียร์ได้ทุกตัวก็เป็นเรื่องแปลก ยิ่งเกียร์ออโต้ที่มีทั้ง P, N, R, D, L ยิ่งทำให้สับสนเข้าเกียร์ผิด ๆ ถูก ๆ จนหลายคนท้อใจและถอดใจไปในที่สุด ทำใจให้สบายเมื่อก่อน คนนั่งข้าง ๆ ที่กำลังสอนคุณขับรถตอนนี้ก็เคยเป็นเหมือนกัน 3. ถอยหลังชนพุ่มไม้ หรือสีข้างถลอก สาเหตุหลักเกิดจากการไม่ชินกับกระจกมองหลัง มองข้าง การกะระยะห่างระหว่างรถกับสิ่งกีดขวางได้ยังไม่แม่นยำนัก จนบางครั้งอาจนำมาซึ่งการถลอกของสีข้างรถที่คุณเผลอเอาไปถูกับพุ่มไม้หรือกำแพง โดยเฉพาะการถอยหลังจอดเข้าซองเข้าซอกเข้าซอยยิ่งแล้วกันไปใหญ่ อย่าโทษตัวเองค่อย ๆ ฝึกไปเดี๋ยวก็คล่อง 4. คอยืดเป็นยีราฟเพราะลืมปรับเบาะให้พอดี สรีระของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นสาว ๆ ที่ขาสั้นกว่าหนุ่ม ๆ ควรอย่างยิ่งที่จะปรับเบาะให้พอดีกับสรีระของตนเองทุกครั้งก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์ ปรับกระจกให้อยู่ในระดับสายตา มิเช่นนั้นคุณก็ต้องโก่งคอยืดเป็นยีราฟเพื่อส่องกระจกหลัง และเพ่งถนนในยามที่ต้องเข้าโค้ง ซ้ำร้ายเท้าอาจแตะเบรกแตะเกียร์ไม่ถนัดจนนำมาซึ่งอาการปวดเกร็งตรงช่วงขาอีกด้วย 5. ขับบนถนนใหญ่ไม่กล้าเปลี่ยนเลน ก็คนมันกลัวอ่ะ บางทีการที่ขับแช่เลนเดียวตลอดมันก็ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยใช่ไหมล่ะ ยิ่งบางคนที่ขับบนถนนใหญ่สี่เลนจะไม่กล้าแม้แต่จะเปลี่ยนเลนขับ เพราะกลัวรถจะสวนมา อีกทั้งยามขึ้นเนิน ขึ้นสะพานยิ่งไม่สามารถกะความเร็ว การเหยียบคันเร่งได้เลย ฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์ตามที่กล่าวมาข้างต้น มือใหม่หัดขับทุกคนไม่ต้องตกใจไป เพราะมันคือสิ่งที่คนขับรถทุกคนต้องพบเจอ ทำใจให้สบายและหมั่นฝึกฝนให้ชิน ทุกครั้งที่นั่งหลังพวงมาลัยอย่าประมาท แล้วอีกไม่นานคุณก็จะเป็นคนหนึ่งที่สามารถขับรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยแน่นอน
  4. การเลือกรถสักคันหนึ่งมาใช้งาน ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยนะครับ ด้วยยอดเงินที่ต้องจ่ายออกไป การออกรถป้ายแดงจากโชว์รูมนั้นอาจจะไม่เหมาะ หรือด้วยลักษณะการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว รถป้ายแดงก็อาจจะทำให้ผู้เป็นเจ้าของเสียดายรถ การเลือกใช้รถมือสองจึงอาจจะมีความเหมาะสมกว่านะครับ ด้วยเหตุนี้การเลือกรถมือสองสักคันมาใช้งานอาจจะเป็นคำตอบได้อย่างดี แต่การเลือกรถมือสองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าหากว่าเราดูรถไม่เป็น ต้องพิจารณาอะไรบ้าง วันนี้เรามาดูกันเลยนะครับเลือกรถมือสองอย่างไรให้ไม่มีพลาด ตามมากันเลย เช็คประวัติรถอย่างละเอียด อันดับแรกควรเช็คสมุดประวัติรถให้ละเอียดว่า รถคนนี้บำรุงรักษาครั้งสุดเมื่อไหร่ มีการเช็คตัวเครื่องเป็นประจำ และเข้าศูนย์เพื่อเช็คระยะบ่อย หรือมีกำหนดตามระยะหรือไม่ ที่สำคัญคือควรตรวจเช็คให้อย่างละเอียดว่าผ่านการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนแปลงที่บริเวณใดบ้าง เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหา ในการใช้งานในภายหลัง ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญที่เราควรจะรู้ ตรวจเช็คสภาพรถอย่างละเอียด ทดลองสตาร์ท ถ้ามีโอกาสก็ทดลองขับ เพื่อดูความเสถียรของตัวรถ ดูเครื่องยนต์ ช่วงล่างต่างๆ ว่ายังดี ยังมีความแน่นอยู่หรือไม่ ระบบเกียร์ ระบบส่งกำลังต่างๆ ล้วนสามารถตรวจอาการผิดปกติ หรือดูได้จากการที่เราได้มีโอกาสทดลองขับ รวมถึงตรวจสอบภายในรถด้วย เช่น เบาะ หนังที่ห่อหุ้มส่วนต่างๆ ตัวล๊อก ลิ้นชัก การปรับเบาะ ทุกฟังก์ชั่น การทำงานต่างๆ สามารถใช้งานได้ดีหรือไม่ เราต้องทำการทดลองใช้งานด้วยนะครับ ตรวจเช็คไมล์รถ เลขตัวถัง เบรก และยางรถยนต์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญในการตรวจสอบอีกส่วนหนึ่ง เลขไมล์รถ เลขตัวถัง ตรวจดูว่าตรงกับที่จดทะเบียนหรือมีความถูกต้องหรือไม่ มีความผิดปกติหรือไม่ ถ้าหากเลขไม่ตรง ก็ต้องทำการสอบถามข้อมูล หรือทำการตรวจสอบให้เรียบร้อยนะครับ ส่วนระบบเบรก ยาง เป็นหัวใจอีกอย่างของการขับรถบนท้องถนนเพื่อความปลอดภัย ควรทำการตรวจสอบให้ดี ถ้าหากมีการสึก หรือถึงระยะที่ต้องทำการเปลี่ยนแล้ว ควรเปลี่ยนให้เรียบร้อย เมื่อเราสามารถเลือกซื้อรถมือสองมาใช้งานกันแล้วนะครับ เรื่องประกันภัยรถยนต์ ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องใส่ใจทำนะครับ เนื่องมาจากว่าอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยประกันรถยนต์ภาคบังคับ รถทุกคันจะต้องทำอยู่แล้วที่เราเรียกว่าการทำ พรบ.รถยนต์นั่นเอง ส่วนการที่เราจะทำประกันจากภาคเอกชนเสริมนั้น ก็มีได้ตั้งแต่ประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันชั้น 2 และประกันชั้น 3 โดยประกันชั้น 1 ส่วนมากจะเหมาะกับรถยนต์ใหม่ป้ายแดง แต่ถ้าเป็นรถอย่างเรา หากว่ามีประกันชั้น 1 ที่เคยทำมาอยู่แล้ว ควรทำกับบริษัทเดิมจะดีกว่า เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องประเมินราคาเบี้ยประกันกันใหม่นะครับ ส่วนประกันชั้น 2 ก็จะเหมาะกับรถที่มีอายุการใช้งานมาสักระยะหนึ่ง แต่ไม่ได้ต้องการความคุ้มครองที่ครบครันมากนัก แต่ก็ช่วยลดเบี้ยประกันได้มากเลยทีเดียวนะครับ นอกจากนี้ก็ยังมีประกันชั้น 3 ที่เหมาะกับรถยนต์ทั่วไป แถมยังมีเบี้ยประกันที่ถูกที่สุดอีกด้วย
  5. การซื้อประกันรถยนต์ ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่คนใช้รถใช้ถนนจะซื้อหรือทำติดรถเอาไว้นะครับ เพื่อให้เกิดความสบายใจในการใช้รถใช้ถนน เนื่องมาจากว่าเวลาที่เราขับรถไปยังสถานที่ต่างๆ นั้น อุบัติเหตุย่อมเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันอย่างแน่นอน จะเกิดขึ้นตอนไหนไม่รู้ และเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมานะครับ ถ้าเราไม่มีประกันภัยรถยนต์ แน่นอนว่าค่าความเสียหายในส่วนต่างๆ นั้น เราจะต้องรับภาระแต่เพียงผู้เดียว และในบางครั้ง ถ้าหากเราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ถ้าคู่กรณีของเราไม่มีความสามารถที่จะชดเชยค่าเสียหายได้ เราก็อาจจะต้องเจ็บตัวฟรี จึงทำให้กฏหมายของประเทศไทยเรานะครับได้บังคับให้รถทุกคันจะต้องมี พรบ. รถยนต์ โดยจะต้องต่อทุกปี โดยสามารถยื่นได้ด้วยตัวเอง หรือไม่ก็สามารถต่อ พรบ. ออนไลน์ได้เช่นเดียวกันนะครับ เพื่อให้เกิดความสะดวก ส่วนนี้ก็คือการทำประกันรถยนต์ภาคบังคับที่ต้องทำตามกฎหมาย ส่วนประกันรถยนต์ภาคเอกชนที่มีการทำเพิ่มเข้าไป เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองเพิ่มมากขึ้นนั้น เราก็สามารถทำประกันภัยรถบริษัทไหนดี หรือ ประกันภัยรถยนต์2ที่ไหนดีนั้น เราก็ต้องทำการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉาพะอย่างยิ่งประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่มีราคาแพงที่สุดถ้าเราเปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 กับชั้นอื่นๆ นะครับ เราก็จะต้องหาข้อมูลมากที่สุด แต่ในวันนี้เราจะมาดูกันว่ารถของเรานั้น เหมาะกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือไม่ คุ้มไหม มาดูกัน ถ้าพวกเราเป็นคนขับรถที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ มือใหม่หัดขับ เป็นผู้ไร้ประสบการณ์บนท้องถนน เป็นผู้ขับขี่ที่ต้องใช้รถเป็นประจำทุกวัน เป็นคนที่รักรถอย่างสูงสุด เป็นคนที่ต้องการความคุ้มครองสูงสุดในระหว่างการใช้รถ ถ้าหากพวกเราเป็นคนขับรถที่มีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งในนี้นะครับ หรือเป็นทุกข้อเลย เป็นคำตอบอย่างดีว่า คุณจะต้องทำประกัน ประกันชั้น 1 เป็นประเภทของประกันภัยรถยนต์ที่ค่อนข้างจะให้ความครอบคลุมที่เยอะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุชน ช่วยดูแลทั้งรถคู่กรณี และรถของเรา ซ่อมทั้งรถเขารถเรา รถหาย ไฟไหม้ ภัยพิบัติต่างๆ ประกันชั้น 1 สามารถครอบคลุม เคลมได้ทุกอย่างอยู่แล้วนะครับ ถือว่าเป็นประกันที่รถใหม่ให้ความนิยมทำเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังได้รับความคุ้มครองภัยพิเศษ เช่น ภัยก่อการร้ายเมื่อมีการประกาศโดยรัฐบาล ค่ารักษาพยาบาลเมื่อคนขับและผู้โดยสารในรถได้รับบาดเจ็บ การประกันตัวผู้ขับขี่เมื่อเกิดคดีอาญาและต้องส่งฟ้องศาล หากเกิดเหตุรถโดนขูดขีด ทุบ ก้อนหินกระเด็นใส่รถ เหยียบใส่ตะปู ต้นไม้หล่นทับรถ หนูกัดสายไฟ ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก หรือค่า Excess 1,000 บาทต่อครั้งของอุบัติเหตุ ประกันชั้น 1 ถือเป็นประกันที่ผู้ออกรถใหม่ หรือคนขับรถป้ายแดงนิยมทำกันตั้งแต่วันแรกที่ออกมาจากศูนย์เลยก็ว่าได้ เพราะประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดความอุ่นใจในการขับขี่ แต่สิ่งที่ดีที่สุดในการช่วยทำให้เกิดความอุ่นใจ เห็นจะเป็นความไม่ประสาทและความมีสติเท่านั้นนะครับ ที่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความอุ่นใจได้ดีที่สุดในการใช้รถใช้ถนนนั่นเอง
  6. สำหรับใครก็ตามที่ทำ ประกันภัยรถยนต์ นั้นเราอยากที่จะให้ทุกคนได้ศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้ดีเสียก่อน เพราะว่ามันมีผลถึงการชดเชยความเสียหายให้กับเรา ฉะนั้นถ้าหากเราอ่านละเอียดไม่ดีหรือไม่เข้าใจดีนั้นแล้วเกิดไปทำผิดเงื่อนไขเข้าเราก็อาจจะไม่ได้ค่าชะเชยในความเสียหาย เพราะว่าการทำ ประกันรถยนต์ชั้น1 ประกันชั้น 2 หรือ ประกัน ชั้น 3 ภาคสมัครใจนั้นจะต่างจากการทำตาม พรบ รถยนต์ นั่นเอง ซึ่งถ้าหากว่าเป็นการทำประกันภาคบังคับต่อให้เราเป็นฝ่ายผิด อย่างไรเสียเราก็ได้ค่าชดเชยความเสียหายในเบื้องต้นนั่นเอง และในวันนี้เรานั้นก็ได้เงื่อนไขที่อาจจะเป็นเหตุให้บริษัทประกันไม่จ่ายค่าเสียหายให้เรามาฝากเพื่อนๆ ทุกคนกันด้วย 1. กรณีไม่มีใบขับขี่ เพราะโดยกฏหมายกำหนดไว้ว่าผู้ขับขี่รถต้องมีนั่นเอง ฉะนั้นหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็มีสิทธิที่ประกันจะไม่ให้ความคุ้มครอง ฉะนั้นเราควรดูรายละเอียดเรื่องนี้ให้ดี 2. กรณีรถไม่มี พ.ร.บ. นอกจากอาจจะไม่ได้เงินจากบริษัทประกันภัยที่เราทำไว้แล้ว เราอาจจะโดนค่าปรับในเรื่องนี้ด้วย เพราะถือว่ามีโทษตามกฎหมายนั่นเอง ฉะนั้นเราไม่ควรที่จะลืมต่อพรบ. 3. กรณีมีการต่อเติมโครงสร้างหรือหลังคาเพิ่ม ซึ่งถ้าหากว่าทำก่อนที่จะทำประกันนั้นก็ให้เราแจ้งกับบริษัทประกันภัยไป แต่ถ้าหากว่าเราทำทีหลังก็ต้องรีบแจ้งให้ทางบริษัทประกันรู้ทันที เพราะหากเราไม่แจ้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นส่วนที่ถูกต่อเติมที่หลังจะไม่ได้รับการคุ้มครอง แต่ทั้งนี้ถ้าหากว่าเราแจ้งกับทางบริษัทประกันนั้นก็อาจจะมีการคิดค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมตามสัดส่วน 4. กรณีที่มีการติดตั้งแก๊ส LPG หรือ NGV นั้นเราก็ต้องแจ้งประกันให้ทราบ เพราะการติดตั้งระบบแก๊สถือเป็นการต่อเติมรถชนิดหนึ่ง ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้รถและมีเหตุมาจากระบบแก๊สที่ติดตั้งเพิ่มเติมนี้ ถ้าเราไม่ได้แจ้งทางบริษัทประกันไว้ความเสียหายส่วนนี้ทางบริษัทประกันก็อาจจะไม่คุ้มครอง 5. กรณีที่ความเสียหายเกิดจากภัยก่อการร้าย ซึ่งในกรณีนี้โดยส่วนใหญ่นั้นก็จะมีรายละเอียดระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ รย.30 ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่ๆ เสี่ยงอันตรายจากภัยก่อการร้าย เพื่อไม่ให้ได้รับความเสียจากส่วนนี้นั่นเอง 6. กรณีที่เราจงใจสร้างความเสียหายต่อตัวรถที่ทำประกันไว้ ซึ่งถ้าหากว่าทางบริษัทประกันตรวจพบขึ้นมาก็จะไม่ให้ความคุ้มครอง เพราะในกรณีแบบนี้นั้นมันย่อมเข้าข่ายทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก มิใช่เกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุนั่นเอง 7. กรณีเป็นเหตุที่เกินจากความคุ้มครองในกรมธรรม์ ฉะนั้นนี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราควรอ่านรายละเอียดในกรมธรรม์ให้ดีว่า มีความคุ้มครองอย่างไรบ้าง อย่างเช่น ประกันชั้น 1 คุ้มครองทุกกรณี ส่วนประกันชั้น2+ นั้นจะคุ้มครองรถเราในกรณีรถชนรถเท่านั้น เป็นต้น ดังนั้นเราจึงควรศึกษาและจำให้ดีว่าประกันภัยรถยนต์ที่เราทำไว้เป็นประเภทความคุ้มครองแบบใดและคุ้มครองอะไรบ้าง ไม่เช่นนั้นตอนเกิดเหตุแล้วประกันไม่คุ้มครองก็จะเป็นเรื่องเอา
  7. การใช้งานรถยนต์มันต้องเริ่มมาจากที่เราเลือกรถยนต์ที่มีความต้องการให้ตรงกับลักษณะของการใช้งานของแต่ละประเภททั้งรูปแบบของการนั่งเป็นรถส่วนบุคคลที่เรานั่งรถเก๋ง หรือเพื่อการบรรทุก ในเชิงพาณิชย์ต่างๆ ขนของ หรือแม้แต่รถโดยสาร ก็จะต้องใช้ลักษณะของรถกระบะนะครับ ซึ่งรถแต่ละประเภทนั้น ตามกฎหมายจะต้องมีการทำประกันภาคบังคับกันอยู่แล้วเพื่อเป็นเครื่องที่เราการันตีได้ว่า ถ้าหากว่ารถของเราเกิดอุบัติเหตุนะครับ จะมีความสามารถในการชดใช้ค่าเสียหายได้ ตามกฎหมายของบ้านเมืองเรา จึงมีการกำหนดว่า รถทุกคันจะต้องต่อพรบ.รถยนต์ ซึ่งการต่อ พรบ.รถยนต์ ราคาก็ไม่สูงมากนัก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความคุ้มครองที่จะเน้นไปทางคู่กรณีเป็นหลักนะครับ พรบ.รถยนต์ อย่างที่กล่าวกันไว้ข้างต้นแล้วว่า เป็นประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่กฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจนเลยว่า จะต้องทำการต่อให้เรียนร้อยเมื่อครบ 1 ปี นะครับ ถ้าหากไม่ต่อพรบ.รถยนต์ก็จะไม่สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ได้ ทีนี้พวกเราก็จะขับรถคันนั้นอย่างผิดกฎหมายนั่นเอง ซึ่งราคาของการต่อ พรบ.รถยนต์ จะมีราคาที่คงที่ไม่เหมือนกับการทำประกันรถกระบะ หรือประกันชั้น 1 ประกันชั้น 3 นะครับ ซึ่งรถเก๋งจะมีราคาประมาณ 645.21 บาท รถกระบะ 967.28 บาท ส่วนรถตู้ก็จะราคาประมาณ 1,182.35 บาท โดยเอกสาร หลักฐานที่ใช้ในการต่อ พรบ.รถยนต์ จะต้องใช้สำเนาทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน เป็นหลักนะครับ เพื่อให้การต่อ พรบ.รถยนต์สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ควรจัดเตรียมเอกสารไปให้พร้อมมากที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานะครับ ซึ่งสถานที่สำหรับใช้ในการต่อ พรบ. รถยนต์ ก็จะสามารถทำได้หลายช่องทาง ดังนี้ ต่อ พรบ.รถยนต์ ผ่านตัวแทนประกันภัย โดยเราสามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทำประกันรถยนต์ได้เลยว่า เราจะทำประกันรถยนต์ พร้อมกับการต่อ พรบ.เลย หรือเราอาจจะเลือกซื้อ พรบ.รถยนต์อย่างเดียวก็ได้ ต่อ พรบ.รถยนต์ ผ่านบริษัทประกัน ก็สามารถกระทำได้เช่นเดียวกับการต่อผ่านตัวแทนขายประกันนะครับ ซึ่งเราก็ทำการแจ้งไปให้เรียบร้อยเลยว่าเราจะทำประกัน พร้อมทั้งต่อ พรบ. นั่นเอง การทำ พรบ.รถยนต์ ถือเป็นเรื่องใหญ่ของผู้ที่ใช้รถใช้ถนน ยานพาหนะต่างๆ นะครับ ไม่ควรที่จะปล่อยให้ พรบ.ขาด หรือหมดอายุโดยเด็ดขาด เนื่องจากจะมีผลทางกฎหมาย รวมถึงเมื่อเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ขึ้นมาแล้วนั้น จะไม่สามารถชดเชยค่าเสียหายต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ และทุกครั้งที่มีเหตุการณืไม่คาดฝันเกิดขึ้นมานะครับ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูก แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจเช็คแล้วพบว่ารถของเรา พรบ.หมดอายุ อย่างน้อยเราก็มีความผิดไป 1 กระทงแล้วนะครับ ดังนั้นเรื่องการต่อ พรบ.รถยนต์ จึงถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เสมือนเป็นการทำประกันรถยนต์ติดเอาไว้รูปแบบหนึ่งนั่นเอง แต่ถ้าใครยังต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับการชดเชยในส่วนอื่นๆ นะครับ ก็อาจจะเลือกทำประกันรถยนต์ที่ไหนดี เลือกให้มีความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการทำประกันที่สุด ซึ่งเป็นการประกันภัยจากภาคเอกชนตามความสมัครใจ เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่มากขึ้นครับ
×
×
  • Create New...