Jump to content

Search the Community

Showing results for tags 'ฮอนด้าบริโอ้ อเมซ'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • Brio Amaze Live
    • ประกาศจากเว็บไซต์
    • ข้อมูลและข่าวสาร Honda Brio Amaze
    • Reviews
  • Brio Amaze Club
    • ห้องแนะนำตัว
    • พูดคุยทั่วไป
    • กิจกรรมที่น่าสนใจ
    • My Brio Amaze!
    • International Club
  • Brio Amaze Garage
    • ถาม-ตอบปัญหาการใช้งาน
    • ความรู้คู่รถ
    • แนวทางแต่งรถ Brio Amaze
    • Brio Amaze DIY คุณทำได้
    • พลังงานทางเลือก
  • Brio Amaze Marketplace
    • ซื้อ-ขายรถยนต์
    • ซื้อ-ขายอุปกรณ์ประดับยนต์ ชุดแต่ง Brio Amaze
    • ซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนเครื่องเสียงรถยนต์
    • ซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน ล้อ ยาง และอะไหล่รถยนต์
    • สินค้าดูแลรักษารถยนต์ และสินค้าอื่นๆ
  • Brio Amaze International

Blogs

There are no results to display.

There are no results to display.


Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


AIM


MSN


Website URL


ICQ


Yahoo


Facebook


Skype


LINE ID:


Location


Interests


Member No.

Found 8 results

  1. และแล้วก็มาถึงวัน ที่ท่านจะได้พบกับ All New Brio Amaze ได้คลอดตามรุ่นพี่ออกมา แบบที่อยากจะเปลี่ยนรถกันเลยทีเดียว สำหรับราคา รุ่น V CVT อยู่ที่ 517,000 บาท และ SV CVT อยู่ที่ 577,000 บาท โดยเปิดตัวมี 3 สีด้วยกัน คือ เงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ขาวทาฟเฟต้า ดำคริสตัล (มุก) สิ่งที่เพิ่มเติมมา ล้วนแต่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Brio Amaze มากยิ่งขึ้น อาทิเช่น กุญแจนิรภัย พวงมาลัยปรับสูงต่ำได้ มาพร้อมชุดแต่ง Modulo และปุ่ม Engine Start เป็นต้น อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย
  2. เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา ทาง Admin เป็นตัวแทนของ Brio Amaze Club เข้าร่วมกิจกรรมของ Castrol โดยกิจกรรมนี้ใช้ชื่อว่า "Castrol Eco Car Rally" โดยมีกิจกรรมในการร่วมสนุกโดยการ 1. ถ่ายรูปตัวเองกับรถของ Brio Amaze ของคุณ (ในแบบฉบับชาว Eco Car) 2. แล้วนำมาโพสที่ www.facebook.com/CastrolCarsThailand พร้อมกับพิมพ์ #Magnatec0w20ecocar #BrioAmazeClub ตรงใต้รูปภาพที่คุณโพส 3. รูปไหนที่โดนใจทีมงาน ก็จะได้เข้าเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน Castrol Magnatec 0w20 พร้อมเข้าร่วมกิจกรรม Rally และ Admin ได้เป็นตัวแทนของ Brio Amaze Club ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกจากกิจกรรม จะต้องไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามศูนย์บริการที่ทาง Castrol จัดไว้ให้ โดย Admin ได้นำ Brio Amaze ไปเข้ารับบริการที่ สุขสวัสดิ์ มาสเตอร์เซอร์วิส แถวๆ สายไหม ซึ่งใกล้บ้าน Admin ในการถ่ายน้ำมันเครื่องที่นี่ ทาง Castrol ได้มีการตรวจเช็คช่วงล่างให้ฟรีอีกด้วย เพื่อความปลอดภัยในการเข้าร่วม Rally ในครั้งนี้ ทางท่านเจ้าของศูนย์บริการ อัธยาศัยดี แถมใจดีมากๆ และทาง Admin ไม่พลาดที่จะไปใช้บริการครั้งต่อๆ ไปอีกด้วย มาถึงวันที่เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อไปถึงก็พบกับ Eco Car จากคลับอื่นๆ มากมาย แต่ละคันก็สวยๆ ทั้งนั้น มาถึงก็ไปลงทะเบียนรับเสื้อและหมวก พร้อมนำสติ๊กเกอร์มาติดที่รถ พิธีกร ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมครึกครื้น และสนุกสนานไม่น้อยเลย โดยในฐานแรก ที่สนามศุภชลาศัย ก็เล่นเกมเพื่อหา RC ก่อน และแล้วก็ถึงเวลาปล่อยรถ เพื่อเข้าสู่ฐานต่างๆ ที่เหลือเพื่อเล่นเกมเพื่อเก็บคะแนนต่อไป โดยระหว่างเดินทางนั้น ทาง Castrol ได้เตรียมทั้งรถตำรวจ และรถพยาบาลไว้อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี มาถึงจุดที่ 2 สวนลุม แต่ละเกมที่เล่นกัน แสดงให้ถึงคุณสมบัติของ Castrol Magnatec 0w20 สนุกมากๆ เพราะแต่ละด่านทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ด่านสุดหิน กว่าจะลำเลียง โมเลกูล ไปยังเป้าหมายได้สำเร็จ เล่นเอาเหนื่อยเลย หลังจากเล่นเกมที่สวนลุมเพื่อสะสมคะแนนจนครบแล้ว ก็เดินทางต่อไปยัง เอเชียทีค ต่อไป เพื่อร่วมทานอาหารเที่ยยงกัน เมื่อมาถึงก็เที่ยงพอดี ร้านที่ทาง Castrol จัดไว้ให้คือร้าน CHECKMATE เป็นร้านที่แต่งได้เท่มากๆ เมื่อมาถึงร้าน เกมสุดท้ายคือ นำป้าย RC มาติดที่บอร์ด โดยเรียงลำดับให้ถูกต้อง ไม่ถูกห้ามเข้า (555 อันนี้พูดเอง) ภายในร้านดูเงียบสงบ อารมณ์ครอบครัว พร้อมด้วยบุฟเฟ่แสนอร่อย หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็เริ่มแจกรางวัล ทั้งเล็กทั้งใหญ่ เสียดาย Admin ไม่ได้รางวัลใหญ่ แต่ทีม Admin ได้รางวัลชนะเลิศ นะจ๊ะ :) อย่างน้อยก็มีรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้าน หลังจากประกาศรางวัลเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน บางคนก็แยกย้ายไปถ่ายรูปกันต่อ แต่ Admin ติดธุระ เลยไม่ได้อยู่ต่อ.. สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทาง Castrol ที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้นมา โดยทาง Brio Amaze Club รับปากว่า งานหน้าไม่พลาดอย่างแน่นอน และต้องขอบคุณการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง Castrol Magnatec 0w20 ที่ทำให้รถขับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และโชคดีที่ Admin ได้ตรวจสอบช่วงล่างและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กับทาง Castrol ก่อนเดินทางไปทริป หนีร้อน..นอนแพกาญ ของคลับเรา พอดิบพอดี...
  3. อยากให้เพื่อนๆ สมาชิกที่รับรถกันแล้วแจ้งกันได้ที่นี่ โดยแจ้งรุ่น, สี, วันที่รับรถ พร้อมกับชื่อรถใหม่ของคุณด้วยครับ ถ้าสามารถจะแนบรูปรถได้ก็แนบนะครับ (ถ่ายคู่กับเจ้าของด้วยยิ่งดี) ^^ ตัวอย่าง รุ่น: V/AT สี: สีขาว วันที่รับ: 9 มกราคม 2556 ชื่อรถ: มารวย ขอบคุณสำหรับความร่วมมือครับ ^^ :wanwan017:
  4. กว่าจะฝ่าอุปสรรค เฝ้ารอเจ้า Honda Brio Amaze กันมา ผมรู้ว่าทุกคนต้องรักมันเหมือนคนในครอบครังของเรา ดังนั้นเราก็ควรที่จะต้องดูแลรักษาให้รถเราดูสะอาดใหม่และพร้อมใช้อยู่เสมอ อย่างกับรถเพิ่งออกมาใหม่ๆ ถ้าเราไม่รู้จักรักษามันจะกลายสภาพเป็นเหมือนรถใช้มาแล้ว 5 ปี ในทางกลับกัน รถที่มีอายุ 10 ปี แต่ถ้าดูแลรักษาดีๆ โดยเฉพาะสีรถ ก็ทำให้ดูเหมือนรถนั้นใหม่เหมือนกันรถอายุ 2-3 ปีได้เช่นกันนะครับ เราลองมาดูกันว่าเราจะดูแลรักษาสีรถเราให้เหมือนใหม่กันได้ยังไงบ้าง ถ้าเราไม่ได้ล้างเองเอาไปให้ร้านล้าง เราก็จะได้รู้ว่าพวกร้านนั้นทำได้ถูกวิธีหรือมั่วทำและก็จะได้ไม่โดนหลอกนะครับ วิธีการบำรุงรักษาสีรถอย่างถูกวิธี การล้างรถที่ถูกวิธี ฉีดน้ำให้แรงที่สุด เพื่อให้คราบฝุ่น ขี้ดิน หลุดออกจากตัวรถให้มากที่สุด ควรล้างด้วยน้ำสะอาดหรือล้างด้วยแชมพู ควรล้างรถจากส่วนบน ลงล่าง โดยการใช้ผ้านุ่ม เช่นผ้าสำลี ซึ่งควรคะนำมาแช่น้ำไว้สัก 3 คืน และถ้าใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มได้ยิ่งดีครับ และการล้างรถนั้น ขอแนะนำให้แบ่งผ้าออกเป็น 2 ผืน (อย่าใช้ฟองน้ำล้างรถ เพราะอาจจะมีเม็ดกรวด ทรายติดอยู่)ผืนแรกใช้สำหรับล้างส่วนบน หลังคา ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง กระจกรถทั้งหมด ผืนที่สอง ใช้สำหรับล้างส่วนด้านล่างของตัวรถ ตั้งแต่ขอบกระจกด้านล่างลงมา ทั้งหมด เหตุผลที่ต้องแยกเนื่องจาก โดยทั่วไปส่วนบนของรถจะมีฝุ่นน้อย ในขณะที่ด้านส่วนล่างของรถมีฝุ่นมาก ฉีดน้ำไล่แชมพูออกให้หมด อย่าล้างรถกลางแดด เพราะแดด จะทำให้น้ำบนรถแห้งเร็ว และเกิดคราบน้ำขึ้น การล้างรถโดยใช้ถังใส่น้ำล้าง การล้างรถแบบนี้ ควรจะเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ มิฉะนั้น สิ่งสกปรกที่ผสมอยู่ในน้ำ อาจทำให้เกิดริ้วรอยขีดข่วยบนรถได้ (วิธีการนี้ ไม่แนะนำให้ทำ …. แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องหมั่นซักผ้าและเปลี่ยนน้ำ) ข้อควรระวังในการล้างรถ ไม่ควรล้างรถตอนเย็น ด้วยตนเอง เพราะหากล้างแล้วจอดทิ้งไว้อาจทำให้เกิดสนิม ในบางจุดที่เราเช็ดไม่แห้ง หรือไม่สามารถเช็ดแห้งได้ ยกเว้นแต่จะมีเครื่องเป่าน้ำให้แห้งหรือจะขับรถต่อไปเป็นระยะทางไกล ลมจะช่วยให้ทุกซอยทุกมุม แห้งสนิท ไม่ควรล้างรถกลางแดด เนื่องจากแสงแดด จะทำให้น้ำแห้งเร็ว และทำให้เกิดคราบน้ำบนสีรถขึ้น การเช็ดรถที่ถูกวิธี ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้าชามัวร์ ในการเช็ดรถ เนื่องจากผ้าเหล่านี้ จะไม่ทำให้รถเป็นรอย แต่ถ้าผ้าชามัวร์แท้ ควรจะระวัง เวลาที่ผ้าชามัวร์แห้งสนิท จะแข็งตัว และเมื่อจะทำมาเช็ดรถ ก็ควรจะนำผ้าชามัวร์นั้น จุ่มน้ำให้เปียกจริง ๆ ทั้งผืน ก่อนเช็ดรถ เพราะถ้าไม่เปียกทั้งผืน แสดงว่ายังมีส่วนที่ยังไม่โดนน้ำที่ยังแข็งอยุ่ ซึ่งอาจทำให้สีรถเป็นรอยได้ง่าย การเช็ดรถนั้น ควรเช็ดตั้งแต่แผงบนก่อน เพื่อให้น้ำหยดลงด้านล่างให้หมดก่อน ไล่ลงมาด้านล่างของรถ จะได้ไม่ต้องทำงานสองต่อไงครับ ส่วนของรถดังต่อไปนี้ไม่ควรหลีกเลี่ยง ควรเช็ดให้แห้งที่สุด ด้านในขอบประตูทั้งหมด ด้านในกระโปรงหลัง ด้านในฝาถังน้ำมัน กระจกหน้ารถ เพื่อให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ ชัดเจน ไม่มีอะไรมาบดบัง หรือระคายเคืองสายตา ล้อแม็กซ์ ควรจะเช็ด ด้วย เพราะถ้าไม่เช็ดจะเป็นคราบน้ำน่าเกลียด และถ้าปล่อยไว้นาน ๆ คราบน้ำเหล่านั้น จะเช็ดออกยาก จนถึงเช็ดไม่ออก การดูแลรักษาสีรถยนต์ โดยวิธีการเคลือบสีรถด้วยตนเอง ล้างรถให้สะอาด ตามวิธีการข้างต้น เช็ดรถให้น้ำหมาด ๆ เทน้ำยาเคลือบสี ลงบนผ้านุ่ม ขอเน้นว่าผ้านุ่มนะครับ ที่มีน้ำหมาด ๆ เช็ดบนตัวรถ โดยวนเป็นก้นหอย ให้ทั่วบริเวณตัวรถ ทิ้งน้ำยาไว้ตามระยะเวลาที่รถบุไว้ข้างกระป๋อง (ถ้าเป็นของคาร์แลค 68 จะทิ้งน้ำยาไว้ประมาณ 30 นาที) ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้านุ่ม เช็ดน้ำยาออกให้หมดทั่วตัวรถ ความแตกต่างในการขัดเคลือบสี และการเคลือบสีเพียงอย่างเดียว การขัดและเคลือบสี คือการที่เรานำสิ่งสกปรกฝังแน่นที่อยู่บนหน้าแลคเกอร์ของสีรถออกไป คือทำให้รถมันมีประกายดัวยตัวของแลคเกอร์รถที่แท้จริง เมื่อรถไม่มีคราบแล้ว เราก็ปกป้องความใส สวยของผิวสีรถนั้น ด้วยการเคลือบสี ทับลงไป ซึ่งจะทำให้รถมีความเงางาม ใส ไม่มีคราบสกปรกฝังอยู่แต่อย่างใด รถจะสวย ใสอยู่ตลอดเวลา ผิวสีรถจะลื่น น้ำไม่เกาะและฝุ่นไม่เกาะ รถไม่หมอง นอกจากจะให้ความสวย ใส เงา งามของรถ แล้ว ยังให้การปกป้องผิวสีรถจากสิ่งสกปรกต่าง ๆ แสงแดด ยางมะตอย ริ้วรอย มูลนก ยางไม้ และมลภาวะอื่น ๆ ที่ทำให้สีรถเสียหายได้อีกด้วยครับ หมายเหตุ: บางคนอาจจะกลัวว่า การขัดเคลือบสีนั้น จะทำให้หน้าแลคเกอร์ผิวสีรถบางลง แต่ถ้าเป็นที่ศูนย์บริการมาตรฐาน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ และมีน้ำยาและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพเรื่องปัญหาที่การขัดเคลือบสีน้ันจะทำให้แลคเกอร์บางลงจะไม่มีครับ การเคลือบสีรถ เป็นการปกป้องสีรถเช่นกัน แต่สีรถอาจจะดูหมองๆ เนื่องจากการเคลือบสีอย่างเดียวบ่อยๆ นั้น ถ้าบนผิวสีรถ มีคราบสกปรกฝังอยู่ ก็จะทำให้ผิวสีรถไม่ใส แล้วถ้าเคลือบทับไปบ่อยๆ ก็จะทำให้คราบสกปรกเหล่านั้น ฝังตัวแน่นขึ้นด้วย แล้วถ้าแย่ไปกว่านั้น ถ้ามีละอองสีหรือยางมะตอยฝังอยู่ โดยที่เราไม่รู้ ทำให้ไม่ได้ขจัดมันออกไปก่อน แล้วเคลือบทับลงไป จะทำให้สิ่งเหล่านี้ ไปกัดกิน ผิวสีรถได้ ทำให้ผิวสีรถเป็นรู เล็กๆ และทำให้รถดูหมองแต่ในขณะเดียวกันก็ไเป็นการป้องกันผิวสีรถเช่นกันครับ เป็นยังไงกันบ้างครับ พี่น้องชาว Brio Amaze Club มันอาจจะเยอะไป และดูยุ่งยากไปซะหน่อยนะครับ แต่ก็เป็นประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งสำหรับคนที่คิดจะออกกำลังกายล้างรถเอง หรือไปจ้างที่ร้านล้างให้ โดยเฉพาะเวลาไปที่ร้านล้างรถ เราก็จะรู้ว่าอะไรควรไม่ควรครับ ไม่ใช่ใครจะเอาผ้าอะไรก็ไม่รู้มาเช็ดรถเรา ในผ้าอาจมีเศษทรายที่ลูบรถทีเดียวเป็นรอยไปทั้งคันได้นะคึรับ ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Street use (Sharing is the power of knowledge)
  5. วันนี้ก่อนจะไปทำงาน อยากจะเล่าเรื่องใกล้ตัวเรามากๆ เวลาเราใช้รถซักนิดครับ เป็นเรื่องที่อยากจะเอามาแชร์กันเป็นความรู้ถ่ายทอดกันไป เรื่องที่ใครหลายคนอาจจะไม่ค่อยได้ใส่ใจนักเวลาขับรถหรือใช้รถ นั่นก็คือ เรื่องของ "ลมยาง" นั่นเอง เรื่องของลมยางนั้น จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ควรรู้อย่างยิ่งนะครับ เพราะว่ายางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรงแถมยังต้องรองรับน้ำหนักโหลดทั้งหมดของรถ รวมถึงยังต้องรองรับความเร็วที่เราเหยียบคันเร่งอีกด้วยเช่นกัน สิ่งที่ผมจะพูดในวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ ก็จะพูดว่า เติมลมยางแบบไหนถึงจะดี ถ้าลมอ่อนไปแข็งไปจะให้ผลอย่างไรต่อการขับขี่ ขอแบบไม่ยาวๆ มากเท่าไหร่ เดี๋ยวจะอ่านแล้วเบื่อกันไปซะก่อน เพราะมันเป็นเรื่องที่อาจจะอ่านแล้วไม่สนุกเอาเสียเลย มาเริ่มกันเรื่องเบื้องต้นกันก่อนว่าลมยางมีหน้าที่ทำอะไร อย่างที่บอกไปแล้วว่า ยางรถยนต์จะสัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง ลมยางก็มีไว้เพื่อซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนมาสู่รถ ช่วยให้ยางยังคงรูปซึ่งจะส่งผลทำให้ล้อหมุนไปได้ งั้นก็ถามว่า แล้วลมยางเนี้ย เราต้องเช็คกันบ่อยแค่ไหนล่ะ ตอบง่ายๆครับ ไม่ต้องเช็คกันทุกวันหรอกครับ แบบนั้นมันก็เกินไปหน่อย ถ้าล้อมันไม่ได้แบนจนมองด้วยตาแล้วเห็นชัดเจน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเติมมันบ่อยๆครับ เรื่องของลมยางเนี้ย ปกติเวลาเราใช้รถ ลมยางมันมีซึมออกมาทุกวันอยู่แล้ว ซึมออกทีละนิดแบบเราไม่รู้สึกและไม่รู้ แต่มันซึมนะ ถ้าจะเอาว่าต้องเช็คบ่อยแค่ไหนแบบมีเหตุผลนะครับ ก็อยากจะแนะนำให้เช็คซัก อาทิตย์ละครั้งก็พอครับ หรือจะซัก 2 อาทิตย์ครั้งก็ได้ครับ ตัวผมเองเช็ค 2 อาทิตย์ครั้งแล้วแต่ว่าขี้เกียจไหม แล้วเติมลมยางเท่าไหร่ดีล่ะ ค่าลมยางว่าต้องเติมลมยางเท่าไหร่ดี มันก็มีค่าที่เป็นสเปคของรถแต่ละรุ่นอยู่แล้วนะครับ ว่ารถปกติ เติมลมยางหน้าหลังเท่าไหร่ ถ้ามีโหลด เช่น บรรทุกหนัก เติมลมหน้าหลังเท่าไหร่ ค่ามาตรฐานนี้จะติดอยู่ที่ขอบประตูรถฝั่งคนขับแทบทุกรุ่นครับ ในคู่มือใช้รถก็มีบอก ดูกันเองนะครับ เติมมากกว่าหรือน้อยกว่าสเปค 1-2 ปอนด์ได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร แต่แนะนำว่าเติมแข็งกว่าสเปคจะขับดีกว่าเติมน้อยกว่าสเปคนะครับ ส่วนคำว่าลมยาง ’แข็งเกินไป – อ่อนเกินไป’ หากค่ามาตรฐานเป็นที่ตั้ง + ไปมากจนเกินไปคือยางที่แข็งขึ้น และ – ลงไปมากๆ คือยางอ่อนลง (เช่นค่าปกติของคู่มือ 28 แต่แรงดันลมยางคุณเหลือ 20 นั่นคืออ่อนเกินไปมากแล้ว) แข็งไป หรือ อ่อนไป จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง? ถ้าบ้านมีจักรยาน ก็ของเล่นดูว่าถ้าลองปล่อยลมยางจักรยานให้อ่อนลง แล้วลองขี่ซักรอบ คุณจะพบว่ายางมันย้วย เมื่อจะปั่นให้เร็วขึ้นก็ต้องใช้แรงมาก เข้าโค้งทีก็จะย้วยๆ ยวบยาบ แต่ก็จะนิ่มก้นหน่อยนึง จากนั้นสูบลมให้แข็ง แล้วลองขี่ดูอีกที คุณจะพบว่าสามารถเร่งความเร็วได้ง่ายขึ้น แต่แลกมาด้วยอาการกระด้างของจักรยาน หรือเจ็บก้นมากขึ้น ในรถยนต์นั้น เรา "บวกอาการเพิ่มไปอีก" แรงดันลมยางที่อ่อนจะทำให้รู้สึกนุ่มนวล หนึบขึ้นอีกนิด แต่ก็กินน้ำมันกว่าปกติ เพราะเครื่องยนต์ต้องออกแรงมากขึ้น ในการเร่งให้รถพุ่งไปข้างหน้า แถมในกรณีที่ลมยางอ่อนไปมากๆ รถจะมีอาการโคลงและย้วยแบบรู้สึกได้ ยิ่งถ้าในโค้งเจอรอยต่อถนนเนี้ย รู้สึกได้ชัดเจนมากๆเลยครับ อันนี้ผมเจอมาแล้ว อีกอย่าง ถ้าลมยางอ่อนเกินไป ยางด้านนอกจะสึกมากกว่ายางด้านในอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร เมื่อเจอหลุม หรือมีการกระแทก โอกาสที่ยางจะยุบตัวจนกระแทกกับกระทะล้อก็มี และที่สำคัญหากใช้ลมยางอ่อนมากๆ วิ่งทางไกล ใช้ความเร็วสูง แก้มยางบิดตัว ยางร้อนจัด แรงดันในลมยางจะขยายตัวอย่างมหาศาล มีสิทธิ์เสี่ยงต่ออาการยางระเบิดได้ (อันนี้ขอย้ำครับว่า ลมยางอ่อนแล้วรถวิ่งความเร็วสูงๆแช่เป็นเวลานาน เสี่ยงยางระเบิดสูงมากกว่าเติมลมยางแข็งเกินไปนะครับ) ส่วนยางที่แข็งเกินไป คุณอาจจะออกตัวได้ดีขึ้น แต่ก็จะทำให้การยึดเกาะถนนน้อยลง เพราะหน้ายางสัมผัสพิ้นน้อยกว่า ตามมาด้วยอาการกระด้าง หรือสั่นสะเทือนของรถ ส่งผลไปถึงชิ้นส่วนต่างๆ ที่ต้องทำงานหนักขึ้น เช่น ช๊อคฯ และส่วนที่สึกอย่างเห็นได้ชัดคือส่วนกลางของดอกยาง เพราะรับน้ำหนักอยู่จุดเดียว โอกาสระเบิดก็มีเหมือนกัน หากโดนกระแทกแรงๆ เช่นกรณีตกหลุมในขณะใช้ความเร็วสูง แต่โอกาสระเบิดจะน้อยกว่าเติมลมยางอ่อนนะครับ เมื่อคุณสามารถจับอาการของรถได้แล้ว ค่อยมาลองคำนวณดูว่า ชอบหรือไม่ชอบ ให้ลมยางแข็ง-อ่อนกว่าค่าปกติ (เล็กน้อย) แต่ในกรณีของคนที่ไม่สามารถแยกอาการของรถออก ก็ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจไป เอาค่ามาตรฐานเป็นที่ตั้ง จะมากหรือน้อยกว่าสัก 1-3 ปอนด์ก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่าให้ถึงกับไม่เช็คเลย หรือชะล่าใจจนลมยางอ่อนเกินไป ขับออกต่างจังหวัดควรเติมลมยางแข็งหรืออ่อนดีนะ กลับไปที่ "ยางอ่อน เดินทางไกล ยางร้อนขึ้น อากาศขยายตัว (มีโอกาส) ยางระเบิดสูง" กันก่อน หลายๆ ท่านเชื่อว่า ถ้าอย่างนั้น ปล่อยลมยางให้อ่อนไปเลย เมื่ออากาศขยายตัว ก็จะเท่ากับได้ลมยางปกติน่ะสิ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดน่ะซิครับ การเดินทางไกล หากใช้แรงดันลมยางอ่อน ยางจะมีการบิดตัวอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างยางจะมีการเสียรูป และนั่นทำให้อุณหภูมิของยาง ‘สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว’ ซึ่งเป็นอุณหภูมิสะสม ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้ยางระเบิดเป็นอย่างมาก ในการเดินไกล คุณควรเติมลมยางเพิ่มจากปกติเฉลี่ยสัก 2-4 ปอนด์ เพราะแรงดันที่เพิ่มขึ้น จะช่วยลดการบิดตัวของยางให้น้อยลง ส่งผลให้ความร้อนไม่มากเกินไป เวลาใช้ความเร็วต่อเนื่อง (ไม่ใช่ไม่เพิ่มนะครับ เพิ่ม แต่ไม่มากเท่าลมยางที่อ่อน) พูดง่ายๆ คือ ลดความเสี่ยงลงนั่นเอง ตัวผมเองจะเติมลมยางมากกว่าปกติ 2 ปอนด์ในกรณีนั่งกัน 2-3 คน ถ้านั่งเต็มคัน 4-5 คนบวกกับสัมภาระผมเติมมากกว่าปกติ 4 ปอนด์ครับ และเมื่อเดินทางไกล ไป-กลับ เสร็จแล้ว อย่าลืมปล่อยลมยางให้เป็นค่าปกติด้วยนะครับ ทำในเช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้เช่นกัน สุดท้ายนี้ก็หวังว่าบทความเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกไม่มากก็น้อย ^^
  6. ไม่ทราบว่ามีใครที่ไฟแนนซ์ติดต่อมาแล้วบ้างคะ เราต้องเตรียมอะไรบ้าง ช่วยแชร์เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเตรียมตัวค่ะ แล้วนับจากวันจองใช้เวลาเท่าไรที่ไฟแนนซ์ติดต่อมาค่ะ อยากได้บริโอ้ อเมซแล้ว แต่ยังไม่มีใครติดต่อมาเลย T_T ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
×
×
  • Create New...