Jump to content
Sign in to follow this  
unyana

มาดูกันดีกว่าว่าประกันภัยรถยนต์นั้นไม่ให้ความคุ้มครองในเรื่องอะไรบ้าง

Recommended Posts

สำหรับใครก็ตามที่ทำ ประกันภัยรถยนต์ นั้นเราอยากที่จะให้ทุกคนได้ศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้ดีเสียก่อน เพราะว่ามันมีผลถึงการชดเชยความเสียหายให้กับเรา ฉะนั้นถ้าหากเราอ่านละเอียดไม่ดีหรือไม่เข้าใจดีนั้นแล้วเกิดไปทำผิดเงื่อนไขเข้าเราก็อาจจะไม่ได้ค่าชะเชยในความเสียหาย เพราะว่าการทำ ประกันรถยนต์ชั้น1 ประกันชั้น 2 หรือ ประกัน ชั้น 3 ภาคสมัครใจนั้นจะต่างจากการทำตาม พรบ รถยนต์ นั่นเอง ซึ่งถ้าหากว่าเป็นการทำประกันภาคบังคับต่อให้เราเป็นฝ่ายผิด อย่างไรเสียเราก็ได้ค่าชดเชยความเสียหายในเบื้องต้นนั่นเอง และในวันนี้เรานั้นก็ได้เงื่อนไขที่อาจจะเป็นเหตุให้บริษัทประกันไม่จ่ายค่าเสียหายให้เรามาฝากเพื่อนๆ ทุกคนกันด้วย

1.      กรณีไม่มีใบขับขี่ เพราะโดยกฏหมายกำหนดไว้ว่าผู้ขับขี่รถต้องมีนั่นเอง ฉะนั้นหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็มีสิทธิที่ประกันจะไม่ให้ความคุ้มครอง ฉะนั้นเราควรดูรายละเอียดเรื่องนี้ให้ดี

2.      กรณีรถไม่มี พ.ร.บ. นอกจากอาจจะไม่ได้เงินจากบริษัทประกันภัยที่เราทำไว้แล้ว เราอาจจะโดนค่าปรับในเรื่องนี้ด้วย เพราะถือว่ามีโทษตามกฎหมายนั่นเอง ฉะนั้นเราไม่ควรที่จะลืมต่อพรบ.

3.      กรณีมีการต่อเติมโครงสร้างหรือหลังคาเพิ่ม ซึ่งถ้าหากว่าทำก่อนที่จะทำประกันนั้นก็ให้เราแจ้งกับบริษัทประกันภัยไป แต่ถ้าหากว่าเราทำทีหลังก็ต้องรีบแจ้งให้ทางบริษัทประกันรู้ทันที เพราะหากเราไม่แจ้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นส่วนที่ถูกต่อเติมที่หลังจะไม่ได้รับการคุ้มครอง แต่ทั้งนี้ถ้าหากว่าเราแจ้งกับทางบริษัทประกันนั้นก็อาจจะมีการคิดค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมตามสัดส่วน

4.      กรณีที่มีการติดตั้งแก๊ส LPG หรือ NGV นั้นเราก็ต้องแจ้งประกันให้ทราบ เพราะการติดตั้งระบบแก๊สถือเป็นการต่อเติมรถชนิดหนึ่ง ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้รถและมีเหตุมาจากระบบแก๊สที่ติดตั้งเพิ่มเติมนี้ ถ้าเราไม่ได้แจ้งทางบริษัทประกันไว้ความเสียหายส่วนนี้ทางบริษัทประกันก็อาจจะไม่คุ้มครอง

5.      กรณีที่ความเสียหายเกิดจากภัยก่อการร้าย ซึ่งในกรณีนี้โดยส่วนใหญ่นั้นก็จะมีรายละเอียดระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ รย.30 ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่ๆ เสี่ยงอันตรายจากภัยก่อการร้าย เพื่อไม่ให้ได้รับความเสียจากส่วนนี้นั่นเอง

6.      กรณีที่เราจงใจสร้างความเสียหายต่อตัวรถที่ทำประกันไว้ ซึ่งถ้าหากว่าทางบริษัทประกันตรวจพบขึ้นมาก็จะไม่ให้ความคุ้มครอง เพราะในกรณีแบบนี้นั้นมันย่อมเข้าข่ายทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก มิใช่เกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุนั่นเอง

7.      กรณีเป็นเหตุที่เกินจากความคุ้มครองในกรมธรรม์ ฉะนั้นนี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราควรอ่านรายละเอียดในกรมธรรม์ให้ดีว่า มีความคุ้มครองอย่างไรบ้าง  อย่างเช่น ประกันชั้น 1 คุ้มครองทุกกรณี ส่วนประกันชั้น2+ นั้นจะคุ้มครองรถเราในกรณีรถชนรถเท่านั้น เป็นต้น ดังนั้นเราจึงควรศึกษาและจำให้ดีว่าประกันภัยรถยนต์ที่เราทำไว้เป็นประเภทความคุ้มครองแบบใดและคุ้มครองอะไรบ้าง ไม่เช่นนั้นตอนเกิดเหตุแล้วประกันไม่คุ้มครองก็จะเป็นเรื่องเอา

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...
Sign in to follow this  

×
×
  • Create New...